

ช่วงปลายปีแบบนี้หลายคนคงวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นเอาไว้ล่วงหน้ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วแน่นอนว่า 1 ในเทศกาลไฮไลท์ ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคือ ฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสี หรือ ใบไม้สีแดงซึ่งจะเกิดขึ้นช่วงปลายปี (ประมาณกลางเดือนตุลาคม – ธันวาคม)

ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี โดยไล่จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น หรือ ไล่มาตั้งแต่ฮอกไกโด มาจนถึงแถบเคียวชู ระหว่างต้นเดือนตุลาคม จนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี แต่ช่วงเวลาเปลี่ยนสีอาจคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ
อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ของปี 2023 มาแล้ว มาเริ่มไล่ดูกันเลยว่าเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆของประเทศญี่ปุ่นนั้น มีช่วงเวลาใดบ้างที่คุณมีโอกาสจะได้เห็นในปี 2023 นี้

เมื่อดูจากรายชื่อทั้งหมดจะเห็นได้ว่าคุณสามารถไปชมและสัมผัสบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีได้เยอะแยะไปหมด แน่นอนว่านั่นอาจจะทำให้คุณเลือกไม่ถูก เราจึงคัดมาให้กับ 7 สถานที่น่าสนใจสำหรับการดูใบ้ไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น ในปี 2018 นี้ (ขอบคุณที่มา www.kyuhoshi.com)
จริงๆแล้วมีสถานที่น่าสนใจมากมายสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโด อย่างไรก็ตามเราแนะนำว่า อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง คือบริเวณที่ดีที่สุดที่หนึ่งของฮอกไกโดที่คุณควรลองไปดูสักครั้ง เพราะนอกจากจะสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์แล้ว ยังถือเป็นบริเวณยอดฮิตสำหรับการเดินป่าที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย
อุทยานแห่งนี้แบ่งออกเป็นหลายส่วน และยังมีจุดที่น่าสนใจเช่น ภูเขาอาซาฮี ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแถบฮอกไกโด รวมทั้ง โซอุนเคียว เมืองตากอากาศฤดูร้อนที่อยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งนี้
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสายน้ำ ทะเลสาบ และ ลำธาร ต้องไม่พลาดที่จะมาเยี่ยมชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ทะเลสาบโทวาดะซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น คุณสามารถล่องเรือชมวิว พายเรือแคนู เรือแอดเวนเจอร์โบ๊ท หรือจะเดินป่าก็ได้เช่นกัน ส่วนลำธารโออิราเสะ เป็นสถานที่ๆ เหมาะกับการเดินเล่นไปตามทางเดินเลียบหุบเขาสีเขียวขจี ในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้ชื่นชมกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสี โดยลำธารโออิราเสะ) นี้จะไหลลงสู่ทะเลสาบโทวาดะ เรียกว่าใครชื่นชอบสายน้ำก็จะฟินกันอย่างเต็มที่แน่นอน

นิคโกะ เป็นเมืองเล็ก ๆ ในโทจิกิแต่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทัศนียภาพที่งดงามไม่เหมือนใคร โดยคุณจะได้พบกับความงามจากเทือกเขาที่น่าประทับใจ ทะเลสาบสีฟ้าใส วัด น้ำตก และเส้นทางเดินป่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินทางมาที่นี่และใช้เวลาราวๆ 2 วันสำหรับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ซึ่งนั่นรวมถึงการชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วย

เส้นทางการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อมากที่สุดแห่งหนึ่งที่คนทั่วโลกต่างก็ต้องการมาเยือนสักครั้ง ด้วยธรรมชาติที่งดงาม และการเดินทางด้วยยานพาหนะ หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระเช้าลอยฟ้า รถราง และรถบัส เป็นต้น เรียกได้ว่าสัมผัสธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้ง ตื่นเต้นกับยานพาหนะที่หลากหลาย เช่นเดียวกับทิวทัศน์มากมายทั้ง กำแพงหิมะ เขื่อนคุโรเบะ เทือกเขาฮิดะ หรือ น้ำตกโชเมียว เป็นต้น
ย่านท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองเกียวโต ที่มีสถานที่ยอดนิยมเต็มไปหมด โดยเฉพาะวัดวาอารามทั้งวัดเท็นเรียว วัดโจคัคโกจิ และ วัด โนเซนิน นอกจากนั้นยังมีร้านค้าตั้งในช่วงวันหยุดมากมาย ที่สำคัญทิวทัศน์ของธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายจุดเช่นกัน

เดือนกันยายน : ยังเป็นช่วงที่มีอากาศอบอุ่นในช่วงบ่าย จึงสามารถสวมเสื้อผ้าสบายๆได้อยู่ อย่างไรก็ตามช่วงเช้าหรือเย็นจนถึงค่ำ อาจมีอากาศเย็น ดังนั้นการพกเสื้อเชิ้ตแขนยาว หรือ เสื้อคาดิแกนส์ติดตัวไปด้วยก็เป็นทางเลือกที่ดี

เดือนตุลาคม : เริ่มเข้าสู่สภาพอากาศที่หนาวขึ้น ช่วงบ่ายอาจแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาว และอย่าลืมนำเสื้อกันหนาวหรือเสื้อคลุมหนาๆ ไปด้วย เพราะช่วงเช้าและช่วงค่ำ ค่อนข้างหนาวทีเดียว

เดือนพฤศจิกายน : เป็นช่วงที่หนาวจริงๆแล้ว ดังนั้นการแต่งกายควรเน้นไปที่เสื้อแจ็คเก็ต หรือเสื้อกันหนาวหนาๆ และ บางพื้นที่หรือบางวัน คุณอาจต้องพึ่งเสื้อโค้ท เลยเช่นกัน

ติดตามข่าวสารดีๆได้ที่ >> JPTravel Store เพื่อนเดินทางที่รู้ใจคุณ