

สิ้นปีคือช่วงที่หลายคนรอคอย ทั้งไฟประดับตามเมืองใหญ่ บรรยากาศเฉลิมฉลอง และเทศกาลเคานท์ดาวน์ แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนกังวลคือ “ตั๋วเครื่องบินแพง” เพราะเป็นช่วงที่คนแห่เดินทางพร้อมกัน ทำให้ที่นั่งราคาถูกหมดไวและราคาปรับสูงขึ้นเร็วกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม การหาตั๋วเครื่องบินราคาดีในช่วงเทศกาลจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่ถ้าเริ่มวางแผนให้เร็ว ใช้เครื่องมือให้ถูก และรู้จังหวะที่ควรซื้อตั๋ว ก็ได้ราคาดีเเน่นอน บทความนี้จะพาไปดู 8 เคล็ดลับจองตั๋วเครื่องบินช่วงสิ้นปีให้ได้ราคาดี ที่ช่วยประหยัดค่าเดินทางได้จริง

สำหรับไฟลต์ปลายปี โดยเฉพาะเดือนธันวาคมและปีใหม่ ความต้องการซื้อตั๋วสูงกว่าปกติหลายเท่า สายการบินมักปรับราคาขึ้นตั้งแต่ต้นตุลาคม เพราะที่นั่งถูก ๆ จะถูกจองหมดไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงราคาพุ่ง แนะนำให้เริ่มมองหาตั๋วตั้งแต่ 8–12 สัปดาห์ก่อนวันบิน (ราวเดือนกันยายน–ตุลาคมสำหรับไฟลต์ธันวาคม) เพราะเป็นช่วงที่สายการบินเพิ่งเปิดขายและยังมีที่นั่งราคาถูกให้เลือกเยอะ ยิ่งใกล้วันเดินทาง ที่นั่งราคาถูกยิ่งหายไปและราคาจะขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ การวางแผนจองล่วงหน้ายังช่วยให้มีเวลาหาตั๋วที่เหมาะกับตารางเที่ยว เลือกไฟลต์ที่เวลาสะดวก และมีโอกาสเก็บแต้มไมล์หรือส่วนลดจากโปรล่วงหน้าของสายการบินอีกด้วย

ตารางวันบินมีผลกับราคามากกว่าที่คิด วัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันก่อน–หลังวันหยุดยาวจะเป็นช่วงที่ราคาสูงที่สุด เพราะเป็นวันที่คนเดินทางหนาแน่น หากสามารถปรับแผนได้ ควรเลือกบินใน วันอังคารหรือพุธ ซึ่งมักมีราคาถูกกว่าวันหยุดหลายร้อยถึงหลักพันบาท อีกเทคนิคที่หลายคนมองข้ามคือ เลือกเวลาบิน ไฟลต์เช้าตรู่มาก ๆ (ตี 4–6 โมงเช้า) หรือไฟลต์ดึกมาก ๆ (หลังเที่ยงคืน) มักถูกกว่าไฟลต์ช่วงกลางวัน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่สะดวกเดินทางในช่วงเวลานี้ ถ้าไม่ติดเรื่องเวลา การเลือกบินไฟลต์เหล่านี้สามารถช่วยประหยัดค่าโดยสารได้มาก

ในบางประเทศ สนามบินหลักมักมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าสนามบินรอง เช่น บินไปโตเกียว ลงที่ Haneda Airport มักแพงกว่าลง Narita Airport หลายร้อยถึงพันบาท หรือการบินไปลงเมืองใกล้ ๆ เช่น นาโกย่าแล้วนั่งรถไฟเข้ากรุงโตเกียว ก็ประหยัดกว่าบินตรงถึงโตเกียว อีกวิธีที่ช่วยลดราคาตั๋วคือการเลือกไฟลต์แบบ Transit 1 จุด (แวะเปลี่ยนเครื่อง) แทนบินตรง เพราะไฟลต์ Transit มักราคาถูกกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่รีบและโอเคกับการเพิ่มเวลาเดินทางอีกเล็กน้อย แต่ควรเผื่อเวลาเปลี่ยนเครื่องอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย

ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเปิดดูราคาทีละเว็บของสายการบินแล้ว เพราะอาจเสียเวลาและพลาดดีลพิเศษ แนะนำให้ใช้เครื่องมืออย่าง Skyscanner, Google Flights ที่สามารถดึงข้อมูลราคาจากหลายสายการบินมาแสดงในหน้าเดียว ข้อดีของเว็บเหล่านี้คือสามารถ เปรียบเทียบราคาตามวันเดินทางได้ทันที และบางแพลตฟอร์มยังมีกราฟบอกช่วงที่ราคามีแนวโน้มถูกหรือแพง ทำให้เลือกวันบินได้คุ้มค่าที่สุด

ถ้ายังไม่ได้จะซื้อตั๋วทันที สามารถใช้ฟังก์ชัน Price Alert ในแอปเปรียบเทียบราคา เช่น Skyscanner หรือ Google Flights ได้ เพียงเลือกเส้นทางและวันเดินทางที่สนใจ ระบบจะแจ้งเตือนทางอีเมลหรือแอปทันทีเมื่อราคาลดลง เทคนิคนี้ช่วยให้ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอทุกวัน และยังมีโอกาสซื้อได้ในราคาดีที่สุดก่อนที่จะกลับมาสูงอีกครั้ง

สายการบินทั้งโลว์คอสต์และฟูลเซอร์วิสมักจัด โปร Flash Sale แบบจำกัดเวลา 24–48 ชั่วโมง โดยจะลดราคามากกว่าปกติและมีที่นั่งจำกัด เคล็ดลับคือกดติดตามเพจสายการบิน สมัครอีเมลข่าวสาร หรือเข้ากลุ่มแชร์โปรตั๋วเครื่องบิน จะได้รู้ก่อนใครและกดซื้อตั๋วทันก่อนหมดโควตา

บางแพลตฟอร์ม OTA (Online Travel Agency) เช่น Trip.com, Klook, Agoda, Traveloka มักมีส่วนลดหรือโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต เช่น ลดเพิ่ม 5–10% หรือเครดิตเงินคืน ส่วนใหญ่จัดโปรเฉพาะช่วงปลายปี ควรตรวจสอบก่อนชำระเงินทุกครั้ง เพื่อให้ได้ราคาถูกที่สุด

สำหรับทริปที่มีการพักค้างหลายวัน การจองแบบ Flight + Hotel Package บางครั้งประหยัดกว่าซื้อแยก ตัวอย่างเช่น ทริปญี่ปุ่น 5 คืน 6 วัน ซื้อแยกตั๋วและโรงแรมอาจรวม 30,000 บาท แต่แพ็กเกจรวมอาจเหลือ 26,000–27,000 บาท ซึ่งช่วยประหยัดได้อีกหลายพันบาท
การจองตั๋วเครื่องบินช่วงสิ้นปีให้ได้ราคาดีไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้จังหวะ จองล่วงหน้า เลือกวันบินให้เหมาะ ใช้เครื่องมือเปรียบเทียบราคา และจับโปรให้ทัน ก็สามารถประหยัดงบได้จริง เงินที่เหลือสามารถนำไปใช้กับกิจกรรมสนุก ๆ อาหาร และช้อปปิ้งระหว่างทริปได้เต็มที่
ก่อนออกเดินทาง สิ่งสำคัญไม่แพ้การหาตั๋วถูกคือการเลือก กระเป๋าเดินทางดี ๆ จาก JPTravelstore ที่น้ำหนักเบา ล้อหมุนลื่น แข็งแรงและทนทาน เพื่อให้เดินทางสะดวกในทุกสนามบินและเก็บของฝากได้ครบ ทริปสิ้นปีจะได้สนุกตั้งแต่วันแรกที่ก้าวออกจากบ้านจนถึงวันกลับ