0

(0)

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เทรนใหม่มาแรง! ปี 2023


2022-09-08 12:00:00

รู้จักการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โอกาสคืนสิ่งที่ดีให้กับโลก
    การได้ออกไปท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่คงจะดีกว่าถ้าหากการเดินทางเหล่านั้น
ทำให้คุณได้ตอบแทนบางสิ่งบางอย่างแก่สังคม และ โลกใบนี้ของเรา ซึ่งแน่นอนว่าการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
หรือ Ecotourism นับเป็นแนวทางยอดฮิตที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากคนทั่วโลก
และเป็นไปตามแนวคิดของการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนั่นเอง


เทรนด์การเที่ยวแบบยั่งยืนกำลังมาแรง
การเที่ยวแบบยั่งยืน (Ecotourism) กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยในปี 2561
นักเดินทาง 68 % วางแผนจะพักในที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนและคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน
เครื่องชี้วัดที่สำคัญของเทรนด์นี้ ได้จากผลสำรวจที่ว่าคนพร้อมจ่ายเพิ่มอย่างน้อย 5% สำหรับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าทริปนั้นจะไม่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อธรรมชาติ หรือหากกระทบก็ควรจะเกิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้



เหตุผลหลักที่ทำให้คนตัดสินใจท่องเที่ยวแบบยั่งยืน
การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนถือเป็นสิ่งสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี
ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต่างคิดที่จะคืนสิ่งดีๆให้กับโลกและธรรมชาติ โดยมีการทำผลสำรวจและพบว่า
เหตุผลหลักๆที่ทำให้คนตัดสินใจท่องเที่ยวแบบยั่งยืนได้แก่


60% ประทับใจกับทิวทัศน์ธรรมชาติ: การได้ออกไปเห็นความงามของธรรมชาติ ได้ทำให้คนตระหนักถึงความสำคัญ อีกทั้งการได้สัมผัสและเรียนรู้สภาพแวดล้อมโดยตรง เช่น การเดินป่า การส่องสัตว์
การศึกษาสถานที่โบราณคดี ฯลฯ นับเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่มีประโยชน์ต่อชีวิต

54% เห็นผลกระทบจากการท่องเที่ยว: เพราะทุกวันนี้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมาย ถูกทำลาย
จากความพึงพอใจ แต่กลับบ่งบอกถึงการไม่รับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน

47% ได้รับสิ่งดีๆ จากการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน: นอกจากความสวยงามในเชิงทัศนียภาพ การได้เห็นวิถีชีวิตและร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเป็นอีกเหตุผลที่ดึงดูดใจให้คนหันมาท่องเที่ยว
เชิงนิเวศน์กันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน
แม้ว่าทริปท่องเที่ยวแบบยั่งยืนอาจดูไม่หรูหรา และ สะดวกสบายมากนักสำหรับบางคน
แต่เชื่อเหลือเกินว่าหากคุณได้เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างแล้ว อาจทำให้คุณ
รู้สึกเปลี่ยนใจ จนอยากเก็บกระเป๋าเดินทางไปเที่ยวแบบนี้ดูสักครั้ง

การได้สร้างจิตสำนึกที่ดีเพื่อสังคม: ถือเป็นการได้ทำ CSR ไปในตัวเลยด้วย เพราะการที่
คุณท่องเที่ยวโดยช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรและสภาพแวดล้อม ก็ถือเป็นก้าวแรกของการทำความดี
ระหว่างท่องเที่ยวพักผ่อนแล้ว
ช่วยสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น: จากกิจกรรมต่างๆนานาที่คุณมีส่วนร่วม รวมถึงค่าใช้จ่าย
เล็กๆน้อยๆ เมื่อเทียบกับการเที่ยวร้านหรูต่างๆ นับเป็นต้นทุนทางการเงิน และ กำลังใจอันยอดเยี่ยม
ให้ชุมชนเหล่านั้นสามารถนำไปพัฒนาส่วนต่างๆได้ในระยะยาว
ความรู้และประสบการณ์แปลกใหม่: คุณจะได้ความรู้ในเชิงลึกจากคนในท้องถิ่นเกี่ยวกับ
เรื่องราวต่างๆที่คุณสนใจ ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามการเขียนสคริปมายืนบรรยาย อีกทั้งโอกาสทำกิจกรรม
แบบท้องถิ่นๆ ที่ทั้งสนุกและเป็นการช่วยเหลือสังคมไปในตัว ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย
มิตรภาพที่ยอดเยี่ยม: การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมักเป็นการวมตัวของคนคอเดียวกัน
ดังนั้นคุณจะได้พบปะกับนักเดินทางสายรักษ์โลกที่ชอบสร้างสิ่งดีๆ อีกทั้งยังความน่ารักของคนท้องถิ่น
และการที่คุณต้องใช้ช่วงเวลาหลายวันซึ่งเปรียบเหมือนการเข้าค่ายนั้น จะทำให้คุณค้นพบมิตรสหาย
ที่ยอดเยี่ยมได้อย่างแน่นอน
ความทรงจำดีๆที่อาจต่อยอดอะไรบางอย่างในชีวิต: สุดท้ายคือความทรงจำอันยอดเยี่ยม
เหมือนเวลาตอนคุณเด็กๆแล้วต้องออกค่ายจิตอาสานั่นแหละ เพราะนอกจากการที่คุณได้ออกไปเรียนรู้
สิ่งใหม่ๆ อันนำมาสู่แรงบันดาลใจและเป็นการจุดไฟให้ชีวิตแล้ว เชื่อมั้ยว่าคุณอาจได้ไอเดียในการต่อยอด
บางอย่างในชีวิต ตั้งแต่เรื่องธุรกิจ เครือข่ายเพื่อน หรือ แม้แต่มุมมองที่เปลี่ยนใจจนทำให้คุณพัฒนาชีวิต
ไปได้อีกหลายขั้นเลยทีเดียว

    ไม่ว่าจะในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมีอยู่มากมาย และถ้าหาก
คุณกังวลว่าจะไม่สามารถหาเพื่อนร่วมทริปแนวเดียวกันเพื่อร่วมสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ได้นั้น
ไม่ต้องกลัวเลย เพราะ มีสมัยนี้มีช่องทางมากมายสำหรับการนัดรวมกลุ่มท่องเที่ยว และหนึ่งในรูปแบบ
ที่มักนิยมเชิญชวนกันไปก็คือ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนี่แหละ (เรียกว่า ชวนกันไปเที่ยวพร้อมทำดีด้วย)

สำรวจตัวเอง 8 ข้อ พร้อมแค่ไหนสู่การเที่ยวแบบยั่งยืน
แน่นอนว่าการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องอุปกรณ์ของใช้
วิธีการเดินทาง ไปจนถึงพฤติกรรมระหว่างการท่องเที่ยว ดังนั้นเรามาสำรวจกันว่า ความพร้อมสำหรับ
การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมีอะไรบ้าง

1. สัมภาระที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ตัวอย่างง่ายๆ เลย เช่นการพกขวดน้ำ หรือ กระติกน้ำไปเอง
เป็นการช่วยลดขยะลงระหว่างการเดินทางไปจนถึงระหว่างการท่องเที่ยว รวมไปถึงของใช้อย่าง
อุปกรณ์อาบน้ำที่คุณอาจเตรียมใส่ขวดไปเลย ไม่ต้องไปซื้อใช้แล้วก็ทิ้งให้กล่องให้กลายเป็นขยะ

2. เดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน: การประหยัดพลังงานโดยการไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ก็ถือเป็น
ทางเลือกง่ายๆ (ที่มักทำได้ยาก) เรื่องนี้คุณอาจประเมินจากความจำเป็น แต่ไหนๆจะลุยสายรักษ์โลก
เรื่องแค่นี้ก็ต้องทำให้ได้สิหน่า

3. เช่าจักรยานเพื่อใช้ขี่ชมเมืองหรือสถานที่ท่องเที่ยว: เป็นการออกกำลังกาย และ สัมผัสบรรยากาศ
ผ่านกิจกรรมรวมกลุ่มที่ดูน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลย

4. ถ่ายรูปแบบไม่ทำลายธรรมชาติ: การบันทึกภาพความทรงจำดีๆ สามารถทำได้แต่ควรอยู่ในขอบเขต
ที่ไม่ไปบิดเบือน หรือ ทำลายสภาพแวดล้อม จะให้ดีก็ไม่ต้องเคลื่อนย้ายหรือจัดแต่งอะไรทั้งนั้น

5. เดินตามเส้นทางที่กำหนด: ระหว่างการเดินป่า หรือ เดินเยี่ยมชมสิ่งต่างๆ คุณไม่ควรที่จะเหยียบย่ำ
บนเส้นทางพิเศษที่คุณเปิดเอง เพราะนั่นเท่ากับการทำลายธรรมชาติด้วยนะ

6. เปิดใจเรียนรู้อย่างเต็มที่: จุดประสงค์หลักอย่างนึงของการเดินทางท่องเที่ยวแบบยั่งยืน คือการหา
ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ หรือ สภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้นคุณควรเก็บเกี่ยวและกอบโกย
มาอย่างเต็มที ไม่ใช่เอาแต่ถ่ายรูป หรือ เล่นโทรศัพท์มือถือ

7. เพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม: ได้แก่การ เดินป่า ขึ้นเขา ดำน้ำ ปั่นจักรยาน
คุณสามารถทำได้ทั้งหมด ตราบใดที่กิจกรรมนั้นไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

8. สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น: ท้ายที่สุดคือการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ไม่ว่าจะด้วยการจับจ่ายใช้สอย
การใช้แรงในการช่วยปฏิบัติภารกิจบางอย่าง หรือ แม้แต่การส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาชุมชน
รวมถึงการนำเรื่องราวดีๆ วัฒนธรรมเจ๋งๆ มาเผยแพร่บอกต่อ ก็ได้เช่นกัน

 

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ >> JPTravel Store <<


Copyright ® 2022 jptravelstore.com