การย้ายบ้านไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เหมือนเก็บกระเป๋าไปเที่ยวต่างจังหวัด แค่พกสำภาระจำเป็นก็ออกเดินทางได้ เพราะฉะนั้นหากอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปเรียนต่อ ทำงาน หรืออื่น ๆ ก็ควรวางแผนให้ดีตั้งแต่เตรียมตัวก่อนไป วันนี้เรามาเริ่มต้นความคิดจะไปต่างประเทศเบื้องต้นกันดีกว่าค่ะ โดยที่เราต้องเริ่มศึกษาข้อมูลตามนี้!

เลือกประเทศที่จะไป
โดยศึกษาจากความชอบของเราเองต่อประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเรื่องเศรฐกิจ สิ่งแวดล้อม ผู้คน การปกครอง 
- ค่าครองชีพ ดูต้นทุนของตัวเอง
- การเปิดกว้างรับคนเข้าประเทศ และการทำงาน
- ความยาก-ง่าย ในการทำวีซ่าถาวรของแต่ละประเทศ ต้องศึกษาอย่างละเอียด

 

World Happiness หรือรายงานความสุขโลก
เรียงประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกได้ ดังนี้

1. ประเทศฟินแลนด์ (7.769)
2. ประเทศเดนมาร์ก (7.600)
3. ประเทศนอร์เวย์ (7.554)
4. ประเทศไอซ์แลนด์ (7.494)
5. ประเทศเนเธอร์แลนด์ (7.488)
6. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (7.480)
7. ประเทศสวีเดน (7.343)
8. ประเทศนิวซีแลนด์ (7.307)
9. ประเทศแคนาดา (7.278)
10. ประเทศออสเตรีย (7.246)

 


 

เลือกวิธีการไปอยู่
การย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ ทุกอย่างจะต้องดำเนินการไปตามกฎเกณฑ์ของสถานทูต และกฎหมายประเทศนั้น ๆ

โดยวิธีการที่เร็วที่สุดนอกเหนือจากการมีญาติอยู่ที่ต่างประเทศอยู่แล้ว คือ!

1. เริ่มจากการไปเรียน
2. ไปลงทุนทำธุรกิจ (สำหรับคนงบเยอะ)
3. แต่งงานกับคนสัญชาตินั้นๆ

ส่วนผู้ที่อยากเริ่มจากการ “ไปเรียน” ผลคะแนนที่นิยมใช้กันแพร่หลายก็ได้แก่ TOEFL และ IELTS หรือบางคอร์สอาจต้องยื่นคะแนนอื่นๆ เช่น GRE หรือ GMAT ด้วย ซึ่งวิธีฝึกทักษะด้านภาษา เพื่อการสอบ ก็แล้วแต่ความถนัด

อาจจะเริ่มจากการ
- ฝึกฝนด้วยตนเอง ฟังเพลงสากล ดูหนังภาษาอังกฤษ
- การทบทวนหลังเลิกเรียน  การท่องคำศัพท์ตามบทเรียน ทบทวนแกรมม่า อ่านบนสนทนา เขียนบนความสั้นๆ
- หาเพื่อนต่างชาติเพื่อฝึกฝนการสื่อสาร ชวนเพื่อนไปท่องเที่ยว กินข้าว หรือทำกับข้าวกินกันเอง ใช้ชีวิตกับชาวต่างชาติมากๆภาษาจะพัฒนาได้เร็ว หรือจะพักกับต่างชาติก็จะดีมากๆ
- กล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ การแสดงความเห็นในชั้นเรียน เมื่อเราพูดคำศัพท์ หรือการออกเสียงผิด ครูและเพื่อนจะเป็นคนแก้ไขให้เราก็จะจำได้ดี

 

 

ศึกษารายละเอียดวีซ่าถาวร (Green Card) ของแต่ละประเทศ

เมื่อเลือกที่จะไปอยู่ต่างประเทศถาวรแล้ว สิ่งสำคัญคือสิทธิการเป็นพลเมืองที่เราจะได้รับ และขั้นตอนการได้รับสิทธินั้นๆ

วีซ่าถาวรของอเมริกา 
ผู้ที่จะมีได้ต้องเป็นดังกรณีต่อไปนี้

1. แต่งงานอยู่กินกับคนอเมริกัน
2. มีญาติทางสายเลือดที่ใกล้ชิดเป็นอเมริกันชนยื่นขอให้
3. ขอได้จากการได้รับวีซ่าอนุญาตให้ทำงานได้ระยะเวลาหนึ่ง
4. ขอได้จากการลงทุน
5. ขอได้จากการรับใช้ชาติช่วยราชการของทางอเมริกา
หรือเงื่อนไขอื่นๆ ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติม

 

 

ข้อดีของการได้อยู่อาศัยประเทศ “อเมริกา”

1. ได้ออกไปสัมผัสโลกกว้าง
ไหนๆก็ได้วีซ่าเรียนและทำงานทีอเมริกามาแล้ว ก็ต้องใช้มันให้คุ้มหน่อย โดยคุณจะได้ใช้ชีวิตของคุณได้อย่างมีอิสระ ได้ค้นพบและทำอะไรใหม่ๆด้วยตนเองโดยจะไม่มีใครมาคอยเตือน
2. ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และระบบการศึกษาชนะเลิศ!
เพราะผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่และศึกษาต่อเป็นจำนวนมากรวมถึงยังมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและสัญชาติ
3. มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายและน่าดึงดูด
ที่เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท็อปๆของโลกทั้งนั้น เช่น Grand Canyon, Yellowstone National Park, Niagara Falls และ Great Lake 
4. ได้ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันอย่างแท้จริง
5. ชีวิตสบาย แถมค่าครองชีพก็ไม่แพงอย่างที่คิด
ค่าครองชีพในอเมริกา $1 (35 บาท) อเมริกาถือว่าเป็นสวรรค์ของนักช็อปเลยทีเดียว เพราะสินค้าแบรนด์เนมของที่นี่มีราคาถูกกว่าที่ไทย 
การันตรีได้จากธุรกิจการรับพรีออเดอร์สิ้นค้าจากอเมริกาในปัจจุบันที่มีมากมายจนนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว

 

 

วีซ่าถาวรของแคนาดา
ผู้ที่จะมีได้ ต้องเป็นดังกรณีต่อไปนี้

1. กลุ่มนักลงทุน – คนที่ต้องการย้ายเข้าไปอยู่ในแคนาดาต้องมีการนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารในประเทศแคนาดาขั้นต่ำคนละ 4 แสนดอลลาร์แคนาดา ระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี และไม่ได้รับดอกเบี้ยใด ๆ เป็นการตอบแทนทั้งสิ้น
2. กลุ่มนักธุรกิจ – ผู้ต้องการย้ายไปในแคนาดากลุ่มนี้ต้องมีการเปิดธุรกิจในแคนาดาขั้นต่ำเป็นเวลา 1 ปี มีพนักงานชาวแคนาดาอยู่ในธุรกิจอย่างต่ำ 1 คน
3. กลุ่มนักวิชาชีพ – กลุ่มที่ประเทศแคนาดาต้องการทุกปีอยู่แล้วคือ แพทย์, พยาบาล, วิศวกร ขณะที่กลุ่มวิชาชีพอื่น ๆ เช่น นักกฎหมาย, นักการเงิน, นักบัญชี, ด้านคอมพิวเตอร์ ฯลฯ จะต้องการตามความเหมาะสมในแต่ละปี
4. กลุ่มผู้ลี้ภัย – คนกลุ่มนี้ต้องมาจากประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
5. กลุ่มแรงงานต่างชาติชั่วคราว – ต้องเป็นกลุ่มคนที่เข้าไปทำงานใช้งาน เป็นคนต่างชาติและทำได้แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
หรือเงื่อนไขอื่นๆ ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งความพิเศษของ PR Canada ก็นับว่าไม่เลว และคุ้มค่าที่จะได้มาจริงๆ

เมื่อได้รับวีซ่าถาวรแคนาดา PR Canada หรือเรียกว่ากรีนการ์ดแคนาดา 
มีสถานะเท่าเทียมกับพลเมืองแคนาดาทุกประการ ยกเว้น ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง/ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และมีพันธะต้องพำนักในแคนาดาอย่างน้อย 730 วันในทุกๆ 5 ปี (Residency Obligations)   

- เราสามารถอาศัยอย่างเสรีได้ในพื้นที่ทุกแห่งในแคนาดา
- ประกอบธุรกิจ การค้าได้ทุกประเภท 
- ทำงานรัฐบาลหรือเอกชน / เรียนหนังสือในทุกระดับ และได้รับสวัสดิการสิทธิประโยชน์ต่างๆ เทียบเท่าพลเมืองแคนาดา
- พลเมืองแคนาดาผู้ถือพาสปอร์ตแคนาดา เดินทางเข้า-ออกกว่า 170 ประเทศทั่วโลกโดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Free)


ข้อดีของการได้อยู่อาศัยประเทศ “แคนนาดา”
1. กฎหมายอิมมิเกรชั่นฉบับใหม่ยืดหยุ่น 
เมื่อได้รับวีซ่าถาวรและเป็นประชากรถาวรแคนาดา ท่านเดินทางไป-กลับประเทศไทยได้ มีเวลาวางแผน/เตรียมตัวอีกยาวนานหลายปี แล้วจึงค่อยโยกย้ายถิ่นฐานถาวรไปอยู่ในแคนาดา
เมื่อได้รับสถานะพลเมืองแคนาดาแล้ว สัญชาติแคนาดาคงอยู่ติดตัวตลอดไปและตกทอดไปถึงลูกหลาน

2. UN จัดอันดับให้แคนาดาเป็นประเทศน่าอยู่ที่สุดในโลกติดต่อกันถึง7 ปี (1993-2000)
รายได้เฉลี่ยของประชาชนสูง, ประชาชนมีอายุยืนยาว (อาชญากรรมต่ำ, สิ่งแวดล้อมที่ดี), 
ประชาชนมีการศึกษาที่ดี (คุณภาพ, โอกาสเข้าถึงการศึกษา) ไม่มีการเหยียดผิวและพลเมืองชั้นสองในแคนาดา (No discrimination)
     
3. มาตรฐานการศึกษาระดับโลก
การศึกษาภาคบังคับ-ประชาชนทุกคนเรียนฟรี ตั้งแต่ชั้นประถม-จนจบมัธยมปลาย (ไฮสกูล)
เมื่อเรียนต่อแคนาดาในระดับปริญญาตรี (Undergraduate) หรือปริญญาโท-เอก (Post-graduate) ประหยัดค่าเทอมได้มากกว่าปีละ 600,000-700,000 บาท
รวมทั้งขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล/ทุนการศึกษา/เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ฯ
     
4. วัฒนธรรมผสมผสานหลากหลาย:
แคนาดาต้อนรับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติจากทุกมุมโลก (มากกว่า 200 เชื้อชาติ) รัฐบาลแคนาดามีนโยบายเปิดกว้าง เคารพต่อวัฒนธรรมและความเชื่อที่แตกต่างหลากหลาย
ผู้อพยพทุกเชื้อชาติทุกภาษา ได้รับการคุ้มครองในเสรีภาพการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก
 

อย่างไรก็ตาม การเลือกประเทศที่จะไปอยู่ขึ้นอยู่กับนิสัยและการปรับตัวของแต่ละบุคคล
ทางที่ดีควรเริ่มจากการลองไปสัมผัส รับรู้วัฒนธรรมข้อดี ข้อเสียของประเทศนั้นๆ ด้วยตัวเราเอง ที่สำคัญคือเพื่อทำความรู้จักกับลักษณะนิสัยของคนท้องถิ่น 
ไปลองเที่ยวดูก่อนซัก 7-15 วัน เมื่อเริ่มแน่ใจ ให้ลองไปอยู่ซัก 3-6 เดือนว่าจริงๆแล้ว ประเทศนี้เหมาะสมกับเราแล้วจริงๆหรือยัง

 

 

ขอบคุณข้อมูล : worldhappiness.report , si-englishbkk , Mr.Terran

รูปภาพ : JPTRAVELSTORE