กระทรวงการคลังสั่งคุมเข้ม สินค้าหนีภาษี ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
          กรมศุลกากรขานรับติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพานลำเลียงกระเป๋าเดินทางที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 23 เครื่อง
ให้เสร็จและเริ่มใช้ได้วันที่ 1 ม.ค.2563 โดยเครื่องดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสแกนกระเป๋าเดินทางที่โหลดมาใต้ท้องเครื่องบินได้ทุกใบ

          เพื่อดูว่ามีสินค้าต้องห้ามการนำเข้าตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ยาเสพติด รวมถึงสินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาสูงและเข้าข่ายเสียต้องภาษีด้วย
         โดยการใช้งานของเครื่องเอ็กซเรย์นี้จะช่วยสแกนกระเป๋าได้ทุกใบ และหากสแกนแล้วพบกระเป๋าเดินทางใบไหนมีความน่าสงสัยก็จะทำสัญลักษณ์ไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณช่องสำแดง
          และหากพบกระทำผิดก็จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งการทำลักษณะนี้จะช่วยแก้ปัญหาธุรกิจพรีออร์เดอร์ หรือรับหิ้วสินค้าที่เลี่ยงภาษีมาขายในประเทศได้ แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มีการซื้อของมาใช้ปกติและมีมูลค่าไม่เกินกำหนดก็ไม่ต้องกังวลอะไร
          นายกฤษฎา กล่าวว่า “กรมจะเพิ่มการตรวจเข้มระบบเอ็กซเรย์ให้มากที่สุด โดยนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาใช้ตรวจสอบภาษีแทนการใช้ดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศเพื่อใช้ในการตรวจสอบให้แม่นยำกว่าเดิม เช่น การนำรูปภาพสิ่งของต้องห้ามส่งเข้าระบบเอไอ หากพบภาพใกล้เคียงก็จะเปิดตรวจสอบ”

ขอบคุณข้อมูล Cr.https://morning-news.bectero.com